หัวใจของคนปกติจะมีอัตราเต้น
60-90 ครั้งต่อนาทีในขณะพัก และเพิ่มขึ้นเมื่อออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มปริมาณไหลเวียนเลือดตามความต้องการของร่างกาย
เพื่อให้หัวใจเต้นตลอดเวลาสม่ำเสมอ ในอัตราที่เหมาะสม หัวใจมีเนื้อเยื่อพิเศษที่สร้างสัญญาณไฟฟ้าเพื่อให้จังหวะ
(pacemaker) และนำสัญญาณไฟฟ้าจากจุดให้กำเนิดซึ่งอยู่ในหัวใจห้องบนขวา
ไปยังหัวใจส่วนอื่น ให้หัวใจห้องต่างๆ บีบตัวประสานงานกันอย่างเหมาะสม
ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของเนื้อเยื่อที่สร้างสัญญาณไฟฟ้าให้จังหวะนี้
หรือการนำสัญญาณไฟฟ้าผิดปกติ ทำให้หัวใจเต้นช้าหยุดชั่วขณะ ไม่ประสานงาน
กันระหว่างหัวใจห้องล่างและห้องบน และหรือไม่สามารถเพิ่มอัตราเต้นของหัวใจเมื่อออกกำลังกาย
ทำให้มีอาการหน้ามืดเป็นลมหมดสติ เหนื่อยง่าย เพราะอัตราไหลเวียนน้อยกว่าความต้องการของร่างกาย
หากสาเหตุไม่สามารถแก้ไขได้ จำเป็นต้องใช้เครื่องให้จังหวะการเต้นหัวใจเทียมชนิดถาวร
เครื่องให้จังหวะหัวใจเทียมชนิดถาวร เป็นอุปกรณ์อิเลคทรอนิค ทำงานโดยอาศัยแบตเตอรี่ซึ่งมีอายุการใช้งาน
5-10 ปี ปัจจุบันมีขนาดเล็กลงมากเพียงสิบกว่ามิลลิลิตรและหนาไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร
แพทย์จะใส่สายขนาดเล็กๆ ผ่านทางหลอดเลือดดำบริเวณใต้กระดูกไหปลาร้าไปวางไว้ในหัวใจ
ซึ่งมีขั้วไฟฟ้าเล็กๆ รับสัญญาณไฟฟ้าจากหัวใจ หากอัตราเต้นหัวใจช้า
เครื่องให้จังหวะจะส่งสัญญาณไฟฟ้าปริมาณน้อยมากแต่เพียงพอที่จะกระตุ้นหัวใจให้เริ่มจังหวะหัวใจ
แพทย์จะฝังเครื่องให้จังหวะนี้ไว้ใต้ผิวหนังบริเวณหน้าอกใต้กระดูกไหปลาร้า
ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดใส่เครื่องให้จังหวะหัวใจเทียม จำเป็นต้องพบแพทย์
เป็นระยะๆ อย่างน้อยทุก 6-12 เดือน และอาจถี่กว่าหากจำเป็น เพื่อตรวจทดสอบการทำงานของเครื่องฯ
รวมทั้งอาจปรับเปลี่ยนโปรแกรมหรืออัตราการให้จังหวะของเครื่องตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละรายที่อาจมีสภาพเปลี่ยนแปลง
ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านทั่วไปได้ปกติ
ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ แต่แนะนำให้รับและคุยโดยใช้มือด้านตรงข้ามกับที่ฝังเครื่อง
|