ผู้ป่วยโรคหัวใจที่เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง (Ventricular Fibrillation) หัวใจจะหยุดสูบฉีดเลือด (Cardiac arrest) และจะเสียชีวิตในเวลาไม่กี่นาที การรักษาที่ให้ผลที่สุด คือการส่งไฟฟ้าพลังงานสูง (ช๊อค) ผ่านหัวใจ เพื่อให้สัญญาณไฟฟ้าหัวใจที่ผิดจังหวะกลับมาปกติในทันที ผู้ป่วยที่รอดชีวิตจากหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงนี้ หรือผู้ป่วยที่มีหัวใจล้มเหลวกล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวแย่ มีโอกาสสูงที่จะเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงนี้ หากเกิดขึ้นนอกโรงพยาบาลโอกาสที่จะได้รับการักษาด้วยเครื่องช๊อคไฟฟ้า (Defibrillator) ในทันทีนั้นมีน้อย ผู้ป่วยเหล่านี้ ควรได้รับการผ่าตัดใส่เครื่องช๊อคไฟฟ้าหัวใจ ชนิดผ่าตัดฝังติดตัวผู้ป่วย (Implantable cardioverter Defibrillator, ICD) เครื่องไอซีดี (ICD) นี้เป็นอุปกรณ์อิเลคทรอนิค เช่นเดียวกับเครื่องให้จังหวะหัวใจเทียม (pacemaker) แต่มีขนาดใหญ่กว่า 3-4 เท่า เพราะต้องใช้ไฟฟ้าพลังงานสูงแม้ส่วนของแบตเตอรี่จึงมีขนาดใหญ่กว่ามาก แต่อายุแบตเตอรี่ จะใช้งานได้ 3-6 ปี เช่นเดียวกับเครื่องให้จังหวะหัวใจเทียม (pacemaker) แพทย์จะใส่สายเข้าไปในห้องหัวใจโดยผ่านทางหลอดเลือดดำ ที่บริเวณใต้กระดูกไหปลาร้า

          สายนี้จะรับสัญญาณไฟฟ้าหัวใจส่งไปที่เครื่อง เมื่อมีสัญญาณที่บ่งถึงหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง เครื่องจะสงไฟฟ้าพลังงานสูง มาที่หัวใจผ่านสายดังกล่าวให้คลื่นไฟฟ้าหัวใจกลับมาปกติได้ในเวลาไม่กี่วินาที ก่อนที่ผู้ป่วยจะหมดสติ

          เครื่องไอซีดีนี้ทำหน้าที่ปรับหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงให้กลับคืนอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ใช่ลดหรือป้องกันภาวะเต้นผิดจังหวะรุนแรง ผู้ป่วยจึงยังต้องได้รับการรักษาจากแพทย์โรคหัวใจตามอาการและสภาพโรคหัวใจ ซึ่งการรักษาด้วยยา อาจมีส่วนช่วยลดความบ่อยของหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงได้ด้วย โดยทั่วไปแพทย์นัดผู้ป่วยทุก 3-6 เดือน เพื่อตรวจเช็คเครื่องสอบถามอาการตรวจผิวหนังบริเวณที่ฝังเครื่องและอาจปรับเปลี่ยนโปรมแกรมตามความเหมาะสมนอกจากตรวจตามเวลานัดแล้วหากเครื่อง “ช๊อค” ผู้ป่วยควรติดต่อแพทย์เพื่อนัดหมายตรวจเครื่องทุกครั้งที่เครื่องช๊อค ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้เกือบปกติใช้เครื่องไฟฟ้าในบ้านได้ ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่(มือถือ) ได้ อย่างไรก็ตามเนื่องจากหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง แม้มีเครื่องไอซีดีแล้วแต่บางครั้งยังมีความเสี่ยงที่อาจหมดสติไปชั่ววูบได้ จึงไม่แนะนำให้ขับรถเอง