เพื่อให้หัวใจทำงานสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ
ของร่างกายได้เพียงพอและมีประสิทธิภาพ หัวใจจึงมีเนื้อเยื่อพิเศษซึ่ง
จะทำหน้าที่สร้างและนำสัญญาณไฟฟ้าไปยังส่วนต่างๆของหัวใจให้หัวใจเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอสัมพันธ์กันระหว่างหัวใจห้องบนและห้องล่างในอัตราที่เหมาะสม
ความผิดปกติของการทำงานของเนื้อเยื่อพิเศษเหล่านี้อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้
แม้ส่วนใหญ่จะไม่ทำให้เกิดอันตรายใด ๆ แต่บางชนิดอาจบ่งถึงสัญญาณอันตรายต่อหัวใจ
โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจผิดปกติอยู่แล้ว การตรวจวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเหล่านี้จึงมีความสำคัญ
ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้การตรวจคลื่นหัวใจ (Electrocardiography ECG)
อย่างไรก็ตามการตรวจคลื่นหัวใจทั่วไปจะจับคลื่นหัวใจในระยะเวลาเพียงสั้นๆ
ไม่กี่วินาที อาจไม่สามารถวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เกิดไม่บ่อย
การตรวจคลื่นหัวใจต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ จึงอาจช่วยในการวินิจฉัยได้ดีขึ้น
ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง อาจได้รับการรักษาในห้องผู้ป่วยหนัก (ICU)
ซึ่งจะมีการตรวจคลื่นหัวใจต่อเนื่องตลอดเวลา ส่วนผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงสามารถรับการตรวจคลื่นหัวใจต่อเนื่องได้
แต่โดยชุดอุปกรณ์ตรวจพิเศษ
ชุึดตรวจโฮลเตอร์
ประกอบด้วยแผ่นขั้วไฟฟ้าที่ติดผิวหนังบริเวณหน้าอกผู้ป่วยต่อกับสายที่เชื่อมกับเครื่องที่รับขยายกรองสัญญาณ
และบันทึกลงบนสื่อซึ่งอาจเป็นเทปหรือปัจจุบันเป็นสื่อดิจิตอลต่าง
ๆทำให้เครื่องดังกล่าวขนาดเล็กเท่าหรือเล็กกว่าเครื่องบันทึกเทปแบบพกพาทั่วไป
ผู้ป่วยจะได้รับคำแนะนำให้บันทึกอาการ และกิจวัตรที่ทำในเวลาต่างๆ
ระหว่างการติดชุดอุปกรณ์ดังกล่าว เมื่อครบตามเวลาที่กำหนดประมาณ
24-48 ชั่วโมง จะได้รับการปลดเครื่องออกและแพทย์จะวิเคราะห์คลื่นหัวใจ
ที่บันทึกในสื่อโดยใช้คอมพิวเตอร์
ประโยชน์และข้อบ่งชี้ในการตรวจ
|