ความดันโลหิต

          คือภาวะที่ผู้ป่วยสูญเสียความรู้สึกตัวชั่วขณะมีอาการเตือนหวิวๆ ใจสั่นมือเท้าเย็น เหงื่อออก ก่อนที่การได้ยินเบาลงและหายไปพร้อมกับการเห็นที่มืดลงไปก่อนหมดสติ และสูญเสียการทรงตัวล้มลงในรายที่ยังอยู่ในท่านั่ง ขณะหมดสติอาจมีอาการกระตุกของแขนขาเล็กน้อยได้ ทำให้สับสนว่าเป็นอาการชัก ผู้ป่วยมักรู้สึกตัวในเวลาไม่กี่นาทีหลังนอนราบ

ความดันโลหิตสูง

           คือระดับความดันโลหิตที่สัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของอัตราการเจ็บป่วย และเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด  และพบว่าการรักษาที่ระดับความดันโลหิตระดับนี้มีผลดีมากกว่าผลเสีย  ในปัจจุบันกำหนดให้ระดับความดันที่มากกว่า  140/90 มมปรอท.เป็นระดับความดันโลหิตสูง

ความสำคัญ

          โรคนี้มีความสำคัญมากเนื่องจากเป็นสาเหตุสำคัญของโรคอื่นๆตามมามากมายเช่นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หัวใจวาย เส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก  ไตวาย หลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกหรือโป่งเป็นกระเปาะ เส้นเลือดส่วนปลายตีบ ฯลฯ พบคนเป็นโรคนี้ได้มากถึง 1ใน 5 ของประชากร ปัญหาสำคัญคือคนที่เป็นไม่ทราบว่าตัวเองเป็น หรือรู้ว่าเป็นแต่ไม่สนใจที่จะรักษา ถึงแม้ว่าผลการรักษาจะได้ผลดี ทำให้ยังมีผู้ป่วยที่เป็นโรคแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูงจำนวนมาก

อาการ

          ผู้ป่วยส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดไม่มีอาการ ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคนี้ ผู้ป่วยมักจะทราบก็ต่อเมื่อไปตรวจรักษาด้วยปัญหาอื่นๆหรือไปตรวจสุขภาพ อาการส่วนใหญ่ที่คนคิดว่าเป็นอาการของความดันโลหิตสูงมักเป็นอาการที่ไม่จำเพาะเจาะจงและอาจไม่เกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูงโดยตรงเช่นปวดศีรษะ มึนงง หน้ามืด ตาลาย ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆได้มากมาย เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ เครียด ขาดการออกกำลังกาย สูงอายุ

การวัดความดันโลหัต

          ความดันโลหิตจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยต่างๆเช่น ช่วงเวลาของวัน อากาศร้อน ความเครียด หลังการออกกำลังกาย ฯลฯ ดังนั้นการวินิจฉัยว่าเป็นความดันโลหิตสูงจึงควรวัดในขณะที่ร่างกายอยู่ในสภาพปกติ ไม่อดนอน ไม่ดื่มสุรา เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรือสูบบุหรี่ก่อนวัดความดัน ควรนั่งพักประมาณ 10-15 นาทีก่อนวัดความดัน

                              สาเหตุ

          
มากกว่า 90% ของผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงไม่มีสาเหตุแน่ชัด อีกไม่ถึง 10% มีสาเหตุจากโรคอื่นๆเช่น เนื้องอกของต่อมหมวกไต เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงไตตีบ คอพอกเป็นพิษ ฯลฯ

          
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้พบความดันโลหิตสูงมากกว่าคนทั่วไปคือ
 
 

1.

อายุที่มากขึ้น
 
 

2.

เพศชาย
 
 

3.

น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน
 
 

4.

ขาดการออกกำลังกาย
 
 

5.

การกินเกลือปริมาณมากกว่าที่ร่างกายต้องการ
 
 

6.

การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด
 
 
                              การรักษา

          
ในกรณีที่มีสาเหตุแน่ชัดการรักษาต้นเหตุอาจทำให้โรคหายขาดได้หรือทำให้ผลการรักษาดีขึ้น โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยจำเป็นต้องรักษาไปตลอดเหมือนกับโรคเรื้อรังอื่นๆ

          การรักษาความดันโลหิตสูงมี 2 แนวทางหลักคือ

 
 

1.

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การลดน้ำหนัก การลดอาหารที่มีเกลือเป็นส่วนประกอบ
 
 

2.

ยา มียาหลายกลุ่มที่ใช้ในการรักษาความดันโลหิตสูง  เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาต้านเบตา (beta-blockers)  ยาต้านแคลเซียม (calcium channel blockers) ฯลฯ  โดยแพทย์จะเลือกใช้ยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย  ผู้ป่วยอาจจะได้รับยามากกว่า 1  ชนิดเพื่อควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
 
 

3.

น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน
 
 

4.

ขาดการออกกำลังกาย
 
 

5.

การกินเกลือปริมาณมากกว่าที่ร่างกายต้องการ
 
 

6.

การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด
 
 
                              เป้าหมายของการรักษา

          
การรักษาความดันโลหิตสูงมีเป้าหมายเพื่อลดการเกิดโรคแทรกซ้อนที่อวัยวะสำคัญคือ หัวใจ สมอง ไต ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว โดยระดับความดันโลหิตที่ต้องการคือ น้อยกว่า 140/90 มม.ปรอท ในผู้ป่วยทั่วไป ส่วนผู้ป่วยที่มีโรคเบาหวานหรือโรคไตร่วมด้วยควรจะน้อยกว่า 130/80 มม.ปรอท