| 1. |
ผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
เช่น ผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดสูง ผู้ที่สูบบุหรี่ และผู้ที่มีประวัติโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในครอบครัว
เป็นต้น โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจทำเพียงการตรวจวัดปริมาณหินปูนที่สะสมตามผนังหลอดเลือดหัวใจ
ซึ่งปริมาณหินปูนที่วัดได้นี้จะมีความสัมพันธ์กับการสะสมไขมันตามผนังหลอดเลือด
และช่วยทำนายโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในอนาคตได้ |
| 2. |
ผู้ป่วยที่สงสัยว่ามีหลอดเลือดหัวใจตีบ เช่น
 |
มีอาการเจ็บหน้าอก |
 |
มีความผิดปกติของการตรวจสมรรถภาพหัวใจระหว่างการออกกำลังกาย |
|
| 3. |
ผู้ป่วยที่สงสัยว่ามีโรคหลอดเลือดในบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย
เช่น
 |
มีอาการปวดตามขาหรือแขน หลังการออกแรงหรือเคลื่อนไหว
และสงสัยว่ามีหลอดเลือดแขนขาตีบตัน |
 |
ผู้ป่วยที่เหนื่อยง่าย หอบเหนื่อย และมีปัจจัยเสี่ยงของการมีลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดปอด
เช่น ผู้ที่นั่งรถ เรือ หรือเครื่องบินเพื่อเดินทางในระยะไกล
ผู้ที่ใช้ยาคุมกำเนิด และผู้ที่สูบบุหรี่ เป็นต้น
|
|
| 4. |
ผู้ป่วยหลังการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ ด้วยการทำบอลลูนหรือใส่ขดลวด
(Percutaneous transluminal coronary intervention; PTCI)
หรือทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (Coronary artery bypass
graft surgery; CABG) เพื่อติดตามผลการรักษาและการเปลี่ยนแปลงของโรค |