การตรวจหัวใจและหลอดเลือดด้วยเครื่องคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Cardiovascular Magnetic Resonance Imaging, CMR) เป็นการตรวจหัวใจและหลอดเลือดวิธีใหม่อีกวิธีหนึ่ง ซึ่งสามารถให้ภาพของหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างชัดเจน(รูปที่ 1) โดยผู้ป่วยไม่ต้องได้รับรังสีเอกซ์ และสารทึบรังสีเหมือนกับการตรวจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ CMR นี้สามารถนำมาช่วยในการวินิจฉัยโรคหัวใจชนิดต่างๆ เช่นโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง โรคลิ้นหัวใจผิดปกติ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคหัวใจวาย และยังสามารถช่วยตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือดในอวัยวะอื่นๆได้ด้วย


รูปที่ 1 ภาพของหัวใจซึ่งสามารถเห็นส่วนต่างๆ ของหัวใจเช่นลิ้นหัวใจ และกล้ามเนื้อหัวใจอย่างชัดเจน

      ข้อได้เปรียบของ CMR ในการตรวจผู้ป่วยที่สงสัยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ คือ สามารถให้ข้อมูลได้ครบถ้วนในการตรวจเพียงครั้งเดียว (one stop service) ได้แก่

1.
ลักษณะหรือพยาธิสภาพของกล้ามเนื้อหัวใจ และวัดปริมาณกล้ามเนื้อหัวใจส่วนที่เป็นแผลเป็นจากการขาดเลือดอย่างรุนแรง (รูปที่ 2)

2.

ลักษณะหรือพยาธิสภาพของลิ้นหัวใจ

3.

ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะที่หัวใจทำงานมากขึ้นด้วยวิธีให้ยา Dobutamine หรือ Adenosine (เสมือนกับการดูประสิทธิภาพของหัวใจในขณะที่ผู้ป่วยออกกำลังกาย)

4.

ข้อมูลของการตีบของหลอดเลือดโคโรนารีย์เส้นหลัก

     ในอดีตการตรวจให้ได้ข้อมูลเหล่านี้ครบ จะต้องใช้เวลาหลายวันด้วยเครื่องมือหลายชนิด ซึ่ง CMR สามารถให้การตรวจดังกล่าวเสร็จภายในเวลา 60-90 นาทีเท่านั้น

     ได้มีการนำ CMR มาใช้ช่วยวินิจฉัย และหาสาเหตุของภาวะหัวใจล้มเหลว ภาวะหัวใจล้มเหลวนี้เกิดได้จาก 2 สาเหตุใหญ่ ๆ คือจากเส้นเลือดหัวใจตีบแล้วทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้ไม่ดี และจากสาเหตุอื่นๆ โดยในอดีตผู้ป่วยมักจะถูกแนะนำให้ทำการสวนหัวใจเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะตรวจได้เพียงว่าหลอดเลือดหัวใจตีบตันหรือไม่ แต่ CMR สามารถตรวจได้ทั้งหลอดเลือดหัวใจ และแสดงภาพของกล้ามเนื้อหัวใจได้โดยตรง


รูปที่ 2 บริเวณสีขาวที่ลูกศรชี้ คือ แผลเป็นในบริเวณของหัวใจด้านซ้าย
ซึ่งสามารถตรวจได้จากเครื่อง CMR

      ในผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง และสงสัยว่าเกิดจากหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงไตตีบ (รูปที่ 2) หรือมีการตีบของหลอดเลือดแดงใหญ่ CMR สามารถนำมาใช้ตรวจโดยไม่ต้องฉีดสารทึบรังสีที่เป็นอันตรายต่อไต ในผู้ป่วยที่มีปัญหาของไตอยู่เดิม นอกจากนี้แล้ว CMR ยังสามารถตรวจเส้นเลือดแดงทั้งตัวได้ภายในเวลาเพียง 5 นาที (รูปที่ 3)


รูปที่ 3 แสดงถึงการตีบอย่างรุนแรงของเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงไตด้านซ้าย


รูปที่ 4 รูปของเส้นเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องต่อเนื่องในส่วนขาจากการตรวจด้วยเครื่อง MRI

      ผู้ที่มีภาวะหรืออาการดังต่อไปนี้

1.
เหนื่อยง่าย หอบ และบวมตามขา

2.

เจ็บหน้าอกและมีความผิดปกติของการตรวจสมรรถภาพของหัวใจ ระหว่างออกกำลังกาย

3.

ปวดแขนหรือขาขณะเดิน หรือใช้แขนมากในการทำงาน

4.

ความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมได้ด้วยยา

5 .

มีอาการของโรคลิ้นหัวใจ

6 .

มีประวัติโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

7 .

กังวลเกี่ยวกับภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบตัน แต่ไม่สามารถทำการตรวจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง หรือการสวนหัวใจโดยตรงได้ เนื่องจากปัญหาเรื่องไตหรือแพ้สารทึบรังสี

8 .

ต้องการทราบว่ากล้ามเนื้อหัวใจที่มีปัญหาจากหลอดเลือดหัวใจตีบ จะได้รับประโยชน์จากการรักษาด้วยวิธีบอลลูน ใส่ขดลวด หรือทำการผ่าตัดทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ

      การเตรียมตัวสำหรับการตรวจ CMR

     ถ้าท่านมีประวัติของการผ่าตัดสมอง, หู, ตา หรือการผ่าตัดหรือภาวะเหล่านี้ เช่น

เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)


การมีวัตถุโลหะในร่างกาย (Metal implants)


วัตถุแปลกปลอมในตา (Foreign body in the eye)


ลูกกระสุนปืนฝังอยู่ (Bullet)


เครื่องมือคุมกำเนิดฝังอยู่ในมดลูก (Intrauterine devices)

     ถ้าท่านผ่านการตรวจขั้นพื้นฐานกับข้อห้ามต่างๆ แล้ว และพบว่าท่านสามารถทำ CMR ได้อย่างปลอดภัย การเตรียมตัวนั้นง่ายมาก โดยท่านสามารถดื่มหรือรับประทานอาหารได้ตามปกติก่อนการทำ CMR นอกจากว่ามีข้อแนะนำเฉพาะต่างหากในกรณีพิเศษ

      ข้อแนะนำในวันมาตรวจ

ไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่มีวัสดุโลหะ


ถ้าสวมใส่ Contact lens ควรใส่แว่นตาแทน


ควรถอดต่างหูหรือเครื่องประดับตามตัวออกถ้าเป็นไปได้


ท่านจะถูกขอให้ถอดฟันปลอมออกก่อนเข้าเครื่อง MRI


ในกรณีที่ตั้งครรภ์กรุณาบอกให้บุคลากรทางการแพทย์ หรือแพทย์ทราบก่อนการตรวจ

ผู้ป่วยเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำแนะนำโดยตรง หรือติดต่อได้ที่ สถาบันหัวใจเพอร์เฟคฮาร์ท โทร. 02-641-4499